Episode's summary
"ฝนจะตก น้ำจะท่วม ไม่ใช่สิ่งที่เราจะบังคับมันได้ แต่ถ้าฝนตกน้ำท่วม น้ำเข้าบ้านเรา เราจะป้องกันอย่างไร ก็หาทางป้องกันไม่ให้น้ำเข้าบ้าน ป้องกันแล้วไม่สำเร็จ น้ำเข้ามาในบ้าน เราก็รู้ โลกก็เป็นอย่างนี้ล่ะ ไม่ได้สมอยากตลอดหรอก โลกเป็นอย่างนี้ล่ะ โลกนี้ไม่น่าอยู่เลย โลกนี้มีแต่ทุกข์ เดี๋ยวก็ทุกข์เรื่องโน้นเดี๋ยวก็ทุกข์เรื่องนี้ ไม่น่ายึดถือเลย เรามีร่างกาย เราก็ทุกข์ เรามีบ้านเราก็ทุกข์ มีรถยนต์ลอยน้ำไปแล้ว เราก็ทุกข์อีก ใจมันเห็น เห็นแต่ทุกข์ ใจมันจะคลายออกจากความยึดถือในโลก สุดท้ายเราจะพ้นจากโลก คือเราจะไม่เกาะเกี่ยวยึดถือในโลก สภาวะที่พ้นโลกแล้วมีชื่อเรียกว่าโลกุตตระ โลกุตตระคือคำว่าโลกกับอุตตระ อุดร อุดรก็คือเหนือ ทิศเหนือ อยู่เหนือโลก จิตเราจะอยู่เหนือโลก โลกก็เป็นโลกอยู่อย่างนั้นล่ะ โลกก็ยังไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาอยู่นั่นล่ะ แต่จิตเราอยู่เหนือโลก คือจิตเราไม่หวั่นไหวไปกับโลก ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น จิตเราไม่หวั่นไหวเพราะเราอยู่เหนือแล้ว เหมือนเราอยู่บนเครื่องบินอย่างนี้ ข้างล่างกำลังแผ่นดินไหวอยู่ เราก็ไม่ได้เดือดร้อนด้วย โลกมันกำลังสั่นสะเทือน เราอยู่บนอากาศไม่เกี่ยว หรืออยู่บนดาวเทียมอยู่ในสถานีอวกาศ…
"ฝนจะตก น้ำจะท่วม ไม่ใช่สิ่งที่เราจะบังคับมันได้ แต่ถ้าฝนตกน้ำท่วม น้ำเข้าบ้านเรา เราจะป้องกันอย่างไร ก็หาทางป้องกันไม่ให้น้ำเข้าบ้าน ป้องกันแล้วไม่สำเร็จ น้ำเข้ามาในบ้าน เราก็รู้ โลกก็เป็นอย่างนี้ล่ะ ไม่ได้สมอยากตลอดหรอก โลกเป็นอย่างนี้ล่ะ โลกนี้ไม่น่าอยู่เลย โลกนี้มีแต่ทุกข์ เดี๋ยวก็ทุกข์เรื่องโน้นเดี๋ยวก็ทุกข์เรื่องนี้ ไม่น่ายึดถือเลย เรามีร่างกาย เราก็ทุกข์ เรามีบ้านเราก็ทุกข์ มีรถยนต์ลอยน้ำไปแล้ว เราก็ทุกข์อีก ใจมันเห็น เห็นแต่ทุกข์ ใจมันจะคลายออกจากความยึดถือในโลก สุดท้ายเราจะพ้นจากโลก คือเราจะไม่เกาะเกี่ยวยึดถือในโลก สภาวะที่พ้นโลกแล้วมีชื่อเรียกว่าโลกุตตระ โลกุตตระคือคำว่าโลกกับอุตตระ อุดร อุดรก็คือเหนือ ทิศเหนือ อยู่เหนือโลก จิตเราจะอยู่เหนือโลก โลกก็เป็นโลกอยู่อย่างนั้นล่ะ โลกก็ยังไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาอยู่นั่นล่ะ แต่จิตเราอยู่เหนือโลก คือจิตเราไม่หวั่นไหวไปกับโลก ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น จิตเราไม่หวั่นไหวเพราะเราอยู่เหนือแล้ว เหมือนเราอยู่บนเครื่องบินอย่างนี้ ข้างล่างกำลังแผ่นดินไหวอยู่ เราก็ไม่ได้เดือดร้อนด้วย โลกมันกำลังสั่นสะเทือน เราอยู่บนอากาศไม่เกี่ยว หรืออยู่บนดาวเทียมอยู่ในสถานีอวกาศ…
Episodes
เข้าใจความเป็นจริงของโลก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 27 ก.ย. 2569
Listened"ฝนจะตก น้ำจะท่วม ไม่ใช่สิ่งที่เราจะบังคับมันได้ แต่ถ้าฝนตกน้ำท่วม น้ำเข้าบ้านเรา เราจะป้องกันอย่างไร ก็หาทางป้องกันไม่ให้น้ำเข้าบ้าน ป้องกันแล้วไม่สำเร็จ น้ำเข้ามาในบ้าน เราก็รู้ โลกก็เป็นอย่างนี้ล่ะ ไม่ได้สมอยากตลอดหรอก โลกเป็นอย่างนี้ล่ะ โลกนี้ไม่น่าอยู่เลย โลกนี้มีแต่ทุกข์ เดี๋ยวก็ทุกข์เรื่องโน้นเดี๋ยวก็ทุกข์เรื่องนี้ ไม่น่ายึดถือเลย เรามีร่างกาย เราก็ทุกข์ เรามีบ้านเราก็ทุกข์ มีรถยนต์ลอยน้ำไปแล้ว เราก็ทุกข์อีก ใจมันเห็น เห็นแต่ทุกข์ ใจมันจะคลายออกจากความยึดถือในโลก สุดท้ายเราจะพ้นจากโลก คือเราจะไม่เกาะเกี่ยวยึดถือในโลก สภาวะที่พ้นโลกแล้วมีชื่อเรียกว่าโลกุตตระ โลกุตตระคือคำว่าโลกกับอุตตระ อุดร อุดรก็คือเหนือ ทิศเหนือ อยู่เหนือโลก จิตเราจะอยู่เหนือโลก โลกก็เป็นโลกอยู่อย่างนั้นล่ะ โลกก็ยังไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาอยู่นั่นล่ะ แต่จิตเราอยู่เหนือโลก คือจิตเราไม่หวั่นไหวไปกับโลก ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น จิตเราไม่หวั่นไหวเพราะเราอยู่เหนือแล้ว เหมือนเราอยู่บนเครื่องบินอย่างนี้ ข้างล่างกำลังแผ่นดินไหวอยู่ เราก็ไม่ได้เดือดร้อนด้วย โลกมันกำลังสั่นสะเทือน เราอยู่บนอากาศไม่เกี่ยว หรืออยู่บนดาวเทียมอยู่ในสถานีอวกาศ…
รู้อารมณ์กรรมฐานเพื่อจะรู้ทันจิต : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 26 ก.ย. 2569
Listenedรายการพอดแคสต์นี้เป็นการถ่ายทอดคำสอนและประสบการณ์การปฏิบัติธรรมของหลวงพ่อเกี่ยวกับการฝึกจิตและการเจริญสติ โดยเน้นย้ำเรื่องการรู้เท่าทันจิต ไม่ให้ส่งจิตออกนอกหรือจดจ่ออยู่กับอารมณ์กรรมฐานจนเกินไป เนื้อหาครอบคลุมถึงหลักการใช้กายเป็นเครื่องอยู่ของจิต การสังเกตสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ และการใช้โยนิโสมนสิการเพื่อพิจารณาตนเอง หลวงพ่อได้แบ่งปันประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้กับครูบาอาจารย์ รวมถึงการตอบคำถามและให้คำแนะนำแก่ผู้ปฏิบัติธรรมที่มีปัญหาแตกต่างกันไป เช่น อาการติดในสมาธิ การเผลอเรอ หรือความยึดมั่นในตัวตน โดยเน้นว่าหัวใจสำคัญคือการมีสติที่ว่องไวเพื่อเห็นการเกิดดับของรูปนาม และการรักษาจิตให้อยู่กับปัจจุบันขณะโดยไม่ปรุงแต่ง
อดทนฝึกแล้วฝึกอีก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 25 ก.ย. 2569
Listenedเรื่องราวประสบการณ์การปฏิบัติธรรมและการฝึกสติผ่านการเปรียบเทียบกับการหัดขี่จักรยาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความอดทนและการสร้างเครื่องอยู่ให้จิตเพื่อไม่ให้จิตหลงไปกับอารมณ์ภายนอก ผู้พูดแบ่งปันวิธีการสังเกตสภาวะธรรม ทั้งในแง่ของรูปธรรมและนามธรรม เช่น การรู้เท่าทันลมหายใจ ความสุข ความทุกข์ และการเห็นความไม่เที่ยงของจิต เนื้อหาครอบคลุมถึงเทคนิคการทำกรรมฐานที่สามารถปรับใช้ได้ตามความถนัด ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำบริกรรมหรือการสังเกตความเคลื่อนไหวของร่างกาย พร้อมทั้งถ่ายทอดประสบการณ์ส่วนตัวในการเผชิญกับสภาวะจิตที่ไหลไปสู่ความกลัวและการเห็นความจริงของขันธ์ 5 เพื่อนำไปสู่การปล่อยวางและการหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน
ปฏิบัติถูกต้องจะพ้นทุกข์ด้วยตัวเอง : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 21 ก.ย. 2569
Listenedคำสอนธรรมะว่าด้วยเรื่องการฝึกสติเพื่อการดับทุกข์อย่างแท้จริง โดยเน้นย้ำว่าการเรียนรู้ผ่านการอ่านหรือการฟังเป็นเพียงการสะสมความจำ แต่หัวใจสำคัญคือการลงมือปฏิบัติเพื่อสังเกตความจริงของร่างกายและจิตใจ เนื้อหาเปรียบเทียบการดับทุกข์เหมือนกับการดับไฟที่ต้องแก้ที่ต้นเหตุ คือการตัดเชื้อเพลิงและปัจจัยที่ทำให้เกิดไฟ ไม่ใช่เพียงแค่การพยายามดับเปลวไฟที่ปลายเหตุ ผู้สอนชี้ให้เห็นว่าความทุกข์เกิดจากความยึดมั่นถือมั่นในกายและใจ การฝึกสติเพื่อรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของกายและจิตจะช่วยให้จิตคลายความยึดติด ลดความอยาก และนำไปสู่ความสงบที่แท้จริง ซึ่งเป็นสภาวะที่จิตไม่ดิ้นรนและปราศจากภาระจากการแบกหามความสุขหรือความทุกข์ไว้
ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 20 ก.ย. 2569
Listenedรายการนี้เป็นการสนทนาธรรมและตอบคำถามปัญหาการปฏิบัติกรรมฐาน โดยหลวงพ่อเน้นย้ำเรื่องการฝึกสติเพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการเจริญปัญญา การสอนครอบคลุมตั้งแต่หลักการพื้นฐานอย่างการใช้สติรู้เท่าทันลมหายใจ ไปจนถึงระดับที่ลึกซึ้งขึ้นคือการเห็นความเกิดดับของรูปนามและการแยกขันธ์ 5 เพื่อลดละความยึดมั่นในตัวตน เนื้อหาเน้นไปที่การแก้ไขข้อผิดพลาดในการปฏิบัติ เช่น การเพ่งจ้องหรือการพยายามบังคับจิต ซึ่งจะนำไปสู่ความเครียดและหนักแน่นแข็งกระด้าง โดยหลวงพ่อแนะนำให้ใช้สติรู้เท่าทันสภาวะธรรมตามความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความทุกข์ หรืออารมณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้จิตเข้าสู่สภาวะที่เป็นกลางและเกิดปัญญาเห็นแจ้งในไตรลักษณ์